ขอท้าวความถึงตอนที่แล้วกันซักเล็กน้อยว่า miiself ได้ไปร่วมงานเปิดตัวหนังสือ scrubb book ของ พี่บอล - พี่เมื่อย วง scrubb และได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์ “พี่บอล” เกี่ยวกับหนังสือ scrubb book มานั้น ยังมีความมันส์อีกเพียบให้ได้ติดตามกัน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา มาติดตามบทสัมภาษณ์เรื่องราวของ scrubb book กันต่อเลยดีกว่า
@Exclusive Interview with scrubb
Q : ตอนที่พี่บอล และเพื่อนๆ ไปทัวร์บ้านผีสิง พี่บอลได้เจอกันจริงๆ หรือเปล่า?
A : คนอื่นเค้าว่าเห็น เค้าได้ยินเสียง แต่ก็ไม่เคยเจออะไร จริงๆ ที่ศิลปากรเป็นมหาลัยที่ขึ้นชื่อเรื่องผีดุมาก ด้วยความที่ในบริเวณมหาวิทยาลัยศิลปากร มันคือโซนวังเก่าตรงใกล้ๆ กันมีพระราชวังสนามจันทร์ มีเรือนไทยต่างๆ ของรัชกาลที่ 6 และก็ตรงโซนมหาวิทยาลัยเป็นอารมณ์แบบว่าบ้านพักข้าราชบริพาร มีทั้งบ้านไทยเดิม บ้านเก่า แล้วมันแซมอยู่กับตึกที่เรียน ไปตรงนี้เจอตึก ถัดไปอีก 3 บล๊อคเจอบ้านไทย ทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่ ยังอนุรักษ์ไว้ แต่ด้วยความที่อยู่มาตั้งแต่เด็ก เลยชิน แต่ก็กลัวนะ ตอนเป็นเด็กกลัวมาก พอยู่ไปนานๆ เริ่มไม่กลัว เฉยๆ แต่ก็ไม่ได้ลบหลู่
อย่างว่านะไอ้บ้านผีมันอยู่นอกมหาวิทยาลัย ด้วยอารมณ์ห่าม ก็เริ่มจากเดินดูในมหาลัยก่อน เริ่มขี่จักรยานไปดูตรงที่ลับๆ ยากขึ้นเรื่อยๆ ก็ยังไม่พอใจ เริ่มหามอเตอไซค์ เริ่มขี่ไปวัดใกล้ๆ มหาลัยแล้วไม่เจอ ไม่สนุก ก็เริ่มออกไปไกล ไปตะเวนวัดแถวนี้มีตรงไหนใครว่าดังไปหมด ในแง่ของตัวอย่างที่ไม่ดี คือมันห่ามเกินไป ในบางครั้งมีจริงหรือเปล่าเราก็ไม่รู้ แต่เราก็ไม่ควรไปลบหลู่ ล่าสุดเอารถไปกัน 3 คัน คน 7 คน ก็เสียงดังโวยวาย ซึ่งไม่ควร แต่ดีที่ไม่มีอะไรร้ายแรง แต่ถ้าจะมีก็คงเป็นเหมือนการเตือนว่าอย่าไปทำอย่างนั้นอีกมากกว่า คือตอนเมื่อยเล่นฟุตบอลแล้วแบบว่าเพื่อนแกล้งสไลด์เล่นๆ เบาๆ แต่เมื่อยขาชาไปเดือนนึง โดยไม่มีสาเหตุ
Q : กิจกรรมยามว่างส่วนมากพี่บอลชอบทำอะไร?
A : ตอนนี้ถ้าว่างจริงๆ ก็ไม่ค่อยทำอะไร อยู่กับบ้านพักผ่อน อะไรก็ตามที่ไม่ต้องทำงาน ทั้งงานประจำที่ทำอยู่ ทำวง ทำร้าน ซึ่งทำให้มีมีเวลาน้อยมากอยู่แล้ว คนรอบข้างก็ไม่ค่อยได้เจอ ที่บ้านก็เจอน้อย กับแฟนเจอแต่ก็ไม่ค่อยได้มีเวลาคุย หรือไปเที่ยวกัน มีเวลาน้อยมาก ก็เลยพยายามจะไม่คิดว่างก็คือว่าง พยายามไม่คิดกิจกรรมอะไร ทำตัวให้ว่างก่อน ดูคนรอบข้าง ดูครอบครัวของเราว่าอยากทำอะไร
อย่างเช่นอาทิตย์ที่ผ่านมาไปกินข้าว บอกแฟนว่าอาทิตย์นี้ว่าง ก็อาจไปเดินซื้อของเดินเล่นบ้าง ซึ่งมีความรู้สึกว่าช่วงที่ทำงานหนัก ไม่ค่อยมีเวลาให้คนที่เรารัก คนรอบๆ ตัวเรา แต่ก็ดีอย่างนึงคือทุกคนเข้าใจ รู้ว่าเราไปทำงาน ไม่ใช่แบบว่า ไม่มีเวลาให้ ตัวเองไปลัลลา ตอนนี้ถ้าว่างก็จะเฉยๆ ไว้ก่อน ให้คนข้างๆ เราบอกว่าจะให้เราไปทำอะไร
Q : ชีวิตก่อนที่จะเป็นศิลปิน ต่างจากหลังเป็นศิลปินหรือเปล่า และต่างกันอย่างไร?
A : ขอแก้ก่อน ปกติพวกพี่จะเรียกตัวเองว่า คนเล่นดนตรี คนทำเพลงไม่ค่อยกล้าอาจหาญเรียกตัวเองว่าศิลปินเท่าไหร่ ^^ ถ้าถามว่าก่อนและหลัง แบบว่าปรับตัวยากมั้ย ความเป็นอยู่เปลี่ยนไปหรือเปล่า บอกได้เลยว่าไม่มี เพราะว่าไม่ใช่พี่เบิร์ด ( 555+) ด้วยแนวเพลง ด้วย target ด้วยน้องๆคนฟังของเรา วิถีชีวิตในปัจจุบัน มันไม่ใช่ดารา มันแค่คนๆ หนึ่งที่มีผลงาน และคนรู้จักเยอะขึ้นผ่านผลงานของเรา ทุกวันนี้ก็ทำตัวปกติ แต่ปกติในที่นี้ไม่ใช่หมายความว่า ทำอะไรก็ได้หรือมีเรื่องต่อยตีกับคนอื่น คือเราใช้ชีวิตปกติเหมือนคนอื่นอยู่แล้ว แต่ถ้าคนที่ไม่ได้เป็นดารา แต่เกเรมีเรื่องมีราว หรือทำตัวไม่ดี มันก็เสียชื่อเสียงได้อยู่แล้ว แต่เราก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้น จะเป็นหรือไม่เป็นนักร้อง ก็ปกติของเราอยู่แล้ว
แต่สิ่งที่ได้กลับมามากก็คือ ได้รู้จักคนมากขึ้น และที่ได้มามากๆ คือ เรื่องของผู้หลักผู้ใหญ่ อาจจะสายอาชีพ การงานที่เกี่ยวข้อง เพราะว่าก็ยอมรับด้วยผลงาน คุยกะคนนู้นคนนี้มากขึ้น หลายๆ คนชอบเราจากผลงานก่อน คุยกันได้ต่อยอดทางความคิด ทัศนคติตรงกัน บางทีก็ได้ร่วมงานกับผู้ใหญ่หลายท่านที่เคารพ หรือเก่งๆ ก็ทำให้เราได้เรียนรู้ได้ประสบการณ์มากขึ้น ได้ทำงานกับคนที่มีฝีมือ คนที่เก่งๆ ในแวดวงนี้มีอีกเยอะมาก ซึ่งก็เป็นเรื่องดี แต่สิ่งที่ต้องดูแล คือเรื่องการแต่งตัว การพูดการจา วิธีคิด วิธีพูด มันต้องดูแลให้ตัวเองสุภาพ ก็สมมติว่าเป็นนักธุรกิจ จะใส่กางเกงเลย์ เสื้อยืด ไปคุยงานมันก็ไม่ดี แต่ไม่ต้องถึงกับใส่สูท แต่ต้องเรียบร้อย บางงานก็ต้องคุยกับเมื่อย คุยกับผู้ใหญ่เยอะ เป็นเรื่องการทำตัวให้ถูกกาลเทศะ
Q : จะมีเล่มต่อไป ออกมาให้อ่านกันอีกหรือเปล่า?
A : ตอนนี้ตอบได้ก่อนเลยว่า “ไม่” เพราะว่า ยอมรับตรงๆ เลยว่า เริ่มจากการคิดเล่นๆ ก่อน แล้วเค้าก็เข้ามาคุยด้วย ก็คุยกันเล่นๆ ก่อน เพราะคิดว่าถึงเวลาจริงๆ ก้คงไม่ได้ทำ พอต่อยอดคุยกันแล้ว ก็บอกว่าทำได้น่าจะทำ ก็รู้ว่ามันไม่ง่ายหรอก แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะซับซ้อนมาก ทำหนังสือก็พอๆ กับทำอัลบั้มเพลง หรือทำ project ยิ่งช่วงการเก็บข้อมูลมาลำดับเรื่อง ลำดับความ shutter ส่วนต่างๆ แล้ว การต้องเริ่มเข้าไปตรวจ เริ่มปรับภาษา เริ่มปรับบุพบท หรือข้อมูลตรงนี้ผิด สถานที่ ตรงนี้ผิด
ด้วยความทีช่วงระยะเวลาของเรื่องมันนานมาก บางครั้งก็สับสน คนเรียบเรียงคนช่วยตบๆเรื่อง ก็สับสน การแก้การตรวจคำ พูดได้ 100% เลยว่าต้องตรวจทุกคำทุกตัวอักษร 200 กว่าหน้า ที่เห็นประมาณ 8 รอบ ที่ต้องตรวจ ต้องปรับและแก้ ยอมรับว่าพอได้ออกมาก็ชื่นชม แต่รูปเล่ม เปิดนู่นเปิดนี่ แต่ไม่อ่าน ยังทำใจไม่ได้ (555+) คิดว่าอีกนิดนึงน่าจะท่องไดว่าอะไรอยู่ตรงไหน มันเป็นการอ่านที่สมบูรณ์ที่สุดตั้งแต่โตมา เรียนหนังสือก็ไม่เคยขนาดนี้ คำว่า “ก็ หรือ และ” ต้องแก้หมด แต่ข้อดีคือมันเป็นภาษาเรา เราก็เขียนด้วย เค้าก็ช่วยเรียบเรียง ต้องให้มันเป็นก้อนใหญ่ก่อน แล้วก็มายกจับ ยกวาง บางครั้งสรุปใจความเรายังไม่ดีพอ ต้องยกออกมาเขียนแก้ใหม่ทั้งหมด มันคือการทำงานที่ยาก เหนื่อย และต้องมีเวลาด้วย
แต่ก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าเราไม่ได้เป้นสายหนังสือโดยตรง ช่วงนี้เป็น 1 ใน project พิเศษ ที่เราอยากหาเวลามาเล่นมาทำดู แต่ว่าเป็นงานอดิเรกที่มันไม่ง่ายเลย เพราะฉะนั้นถ้าจะทำต้องพร้อมต้องว่างจริงๆ และขึ้นอยู่กับคนอ่านด้วย มันดีที่สุดคือคนอยากอ่านแค่ไหน ที่ทำได้เพราะว่า เมื่อยก็เล่นดนตรีอย่างเดียว หนังสืออยู่ใน line ใกล้ๆ กัน ก็อาจจะหาอะไรให้เมื่อยทำ อาจจะไม่ใช่ 2 คนก็ได้ อาจจะเป็นเรื่องของเมื่อยคนเดียว แต่พยายามให้ scrubb มันอยู่กับอะไรหลายๆ ที่ที่มันใกล้เคียงกัน อย่างทำเพลงโฆษณาบ้าง ทำหนังสือบ้าง ก็คิดว่ามันสนุก และดูแลให้มันดีได้ แต่ให้อยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า ต้องมีเวลาดูแล อย่างที่ควรจะเป็น ไม่ใช่ทำให้เสร็จๆ ไป อย่างนั้นไม่ใช่นโยบาย
Q : พี่บอลคาดหวังอะไรกับหนังสือเล่มนี้บ้าง?
A : ไม่ต้องเป็นหนังสือที่ดีที่สุดก็ได้ แต่อย่าดุด่าก็พอ ความคาดหวังของหนังสือเล่มนี้จะตั้งใจไว้ว่า ให้เรื่องของเราที่คอื่นไม่เคยรู้ ให้รับรู้มากที่สุด ในภาษาที่เข้าใจง่ายที่สุด ได้รับรู้ ได้รับฟัง จากเพื่อนคนนึง เรื่องที่เล่าก้ไม่ได้แย่ ไม่ได้พูดชมเกี่ยวกับตัวเอง เป็นเรื่องที่มองที่อาจเกิดขึ้นกับใครบางคนก็ได้ บางมุมถ้าอยู่ในสถานการณ์ใกล้ๆ กัน อาจจะช่วยเป็นแนวทางให้ในการตัดสินใจ เป็น 1 ในทางเลือกว่าควรจะไปทางไหน คำชมก็คงเป็นกำไร เหมือนเพลงเหมือนกัน
Q : แล้วจะมี project อะไรอีกบ้างหรือเปล่า ที่จะออกมาให้แฟนๆ scrubb ได้ติดตามกัน?
A : คิดว่าตอนนี้ที่ทำให้ก็คงจะทำเพลง ทำหนังสือ กับเพลงโฆษณาของ สินค้าตัวหนึ่งด้วย คงจะได้ฟังเร็วๆ นี้ มี project เพลงพิเศษที่ต้องคุยกันก่อนขึ้นโครงให้มันเห็นภาพให้ชัด ถ้ดีก็คงอาจจะทำกันอีกที อาจซักครึ่งปี หลังอัลบั้มใหม่ ก็คงเป็นปีหน้าไปเลย
@ภาพบรรยากาศงานเปิดตัวหนังสือ
แฟนคลับทั้งหลายที่ได้อ่านหนังสือ scrubb book แล้วก็คงจะได้จุใจกับบทสัมภาษณ์พิเศษที่ miiself ตามไปเจาะลึกถึงความเป็น scrubb เอามาให้ได้อ่านกันเพิ่มเติม สวนคนที่ยังไม่มีก็อาจจะทำให้เกิดความอยากได้ขึ้นมาบ้างไม่มากก็น้อย
แถมท้ายด้วยภาพบรรยากาศในงานกันอีกสักเล็กน้อย



@link อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
- scrubb your miiself
- ได้มาแล้ว scrubb book
- สัมภาษณ์พิเศษ พี่บอล - scrubb (ภาค 1)
- รวมภาพบรรยากาศภายในงาน







